การใช้ฐานข้อมูล SIMBAD ค้นหาข้อมูลวัตถุท้องฟ้า

From LESAWiki
Jump to: navigation, search
เว็บไซต์ฐานข้อมูล SIMBAD

SIMBAD (อ่านว่า “ซิมแบด”) เป็นระบบฐานข้อมูลวัตถุท้องฟ้า ที่รวบรวมฐานข้อมูลทางดาราศาสตร์ต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน นั่นคือเมื่อเราค้นหาวัตถุหนึ่งๆ ในระบบ SIMBAD ก็เป็นการค้นหาในฐานข้อมูลทางดาราศาสตร์ส่วนใหญ่ในโลกไปพร้อมๆ กัน จึงนับว่าเป็นฐานข้อมูลหลักฐานข้อมูลหนึ่งที่นักดาราศาสตร์ใช้อ้างอิงอยู่เป็นประจำ ฐานข้อมูลนี้มีแม่ข่ายใหญ่อยู่ที่ Centre de Données astronomiques de Strasbourg (CDS) ในประเทศฝรั่งเศส


เว็บไซต์ของ SIMBAD หรือ SIMBAD Astronomical Database อยู่ที่ http://simbad.u-strasbg.fr


วิธีการค้นหาวัตถุใน SIMBAD มีสามวิธีหลักๆ กล่าวคือ

  • หาจากชื่อวัตถุ (query by identifier) เช่น ชื่อดาว (Sirius, Deneb ฯลฯ) ชื่อวัตถุ (M42, M31, NGC 1140 ฯลฯ)
  • หาจากพิกัด (query by coordinates) เช่น RA, Dec หรือพิกัดในระบบ Ecliptic และ Galactic
  • หาโดยระบุเกณฑ์ที่ต้องการ (query by criteria) สามารถตั้งขอบเขตการค้นหาที่ต้องการได้ โดยวิธีการตั้งขอบเขตการค้นหา (เช่น ความสว่าง, ขนาด, ระยะห่าง, ฯลฯ) สามารถศึกษาได้ใต้ฟอร์มการค้นหาดังกล่าว


การหาแต่ละแบบสามารถเลือกได้จากเมนู Queries ตรงด้านซ้ายของหน้าหลักของ SIMBAD เมื่อค้นหาพบแล้ว SIMBAD ก็จะแสดงข้อมูลที่มีในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะกล่าวต่อไป


สำหรับการหาจากพิกัดจะเป็นวิธีการหาที่เราใช้กันบ่อยที่สุด โดยเฉพาะเมื่อต้องการตรวจสอบว่าดาวแปรแสงที่เราพบนั้นเป็นดาวแปรแสงดวงใหม่หรือไม่ การระบุพิกัดที่ต้องการใช้ค่า RA และ DEC โดยระบุได้หลายวิธี ดังที่เขียนไว้ข้างๆ ช่องใส่พิกัด เช่น


20 54 05.689 +37 01 17.38

10:12:45.3-45:17:50

15h17m-11d10m

15h17+89d15

275d11m15.6954s+17d59m59.876s

12.34567h-17.87654d

350.123456d-17.33333d

350.123456 -17.33333


หมายเหตุ: SIMBAD ค้นหาวัตถุที่อยู่นิ่งบนทรงกลมท้องฟ้าเท่านั้น (เช่น ดาวฤกษ์ ดาวแปรแสง กาแล็กซี กระจุกดาว ฯลฯ) ไม่ใช่ดาวเคราะห์ ดาวเคราะห์น้อย หรือดาวหาง หากต้องการค้นหาวัตถุในระบบสุริยะควรใช้ฐานข้อมูลเช่น MPCORB

การตรวจสอบดาวแปรแสงต้องสงสัยด้วย SIMBAD

สมมติว่าท่านค้นพบดาวที่สงสัยว่าจะเป็นดาวแปรแสงจากขั้นตอนในเพจ การค้นหาดาวแปรแสง เช่น ท่านได้พบดาวที่มีความสว่างเปลี่ยนแปลงวูบวาบและทำกราฟแสงออกมาแล้วพบว่าเป็นดาวแปรแสงแต่ไม่พบข้อมูลดาวแปรแสงดวงนี้ในซอฟท์แวร์ TheSky หรือ Stellarium (ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะซอฟท์แวร์เหล่านี้ใช้ฐานข้อมูลดาวแปรแสง GCVS ที่มีดาวแปรแสงอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับดาวแปรแสงที่มีอยู่จริง) ขั้นต่อมาก็คือการตรวจสอบดาวแปรแสงดวงนี้จาก SIMBAD ด้วยการใส่ RA และ DEC ของดาวแปรแสงในการค้นหาแบบระบุพิกัด ซึ่งเป้าหมายของขั้นตอนนี้คือตรวจสอบว่าดาวแปรแสงดวงนี้เป็นดาวแปรแสงดวงใหม่ที่ไม่เคยมีผู้ใดพบมาก่อนเลยหรือไม่


หน้าการค้นหาแบบระบุพิกัดของ SIMBAD (Query by coordinates)


สมมติว่าดาวแปรแสงดวงนี้อยู่ที่ RA 17 ชั่วโมง 17 นาที 14 วินาที และ DEC -02 องศา 30 อาร์คนาที 14 อาร์ควินาที เราก็จะต้องค้นหาใน query by coordinates โดยระบุ 17:17:14 -02:30:14 สำหรับ define the input system คือคำถามว่า RA และ DEC ที่เราใส่นั้นอยู่ในระบบใด ซึ่ง FK5 ถูกต้องแล้ว และต่อมาคือ epoch และ equinox เราใช้ 2000 ทั้งคู่ สุดท้ายคือ define a radius เพื่อระบุรัศมีรอบพิกัดที่เราระบุในข้างต้นที่เราต้องการให้ SIMBAD ค้นหา ค่ามาตรฐานของตัวเลือกนี้คือ 2 อาร์คนาทีรอบๆ ตำแหน่ง ซึ่งเราอาจระบุเป็นค่ามากกว่านั้นก็ได้ แต่ในเบื้องต้น 2 อาร์คนาทีก็เป็นค่าที่เหมาะสมแล้ว หากหาอะไรไม่พบเลยจะกลับมาเพิ่มรัศมีการค้นหาภายหลังก็ได้ จากนั้นกด submit query (ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะเวลาที่มีผู้ใช้มากๆ SIMBAD อาจใช้เวลา 1-2 นาทีกว่าจะแสดงผลการค้นหา)


เมื่อค้นหาเรียบร้อยแล้ว SIMBAD จะแสดงผลการค้นหา หรือ ‘SIMBAD query result’ ว่ามีวัตถุใดอยู่ในบริเวณรัศมีที่กำหนดรอบพิกัดที่ระบุบ้าง ในกรณีของพิกัดข้างต้น (RA: 17:17:14; Dec: -02:30:14) มีเพียงวัตถุเดียว ซึ่ง SIMBAD ระบุว่าเป็น Infrared source หรือวัตถุที่แผ่รังสีอินฟราเรด ชื่อ IRAS 17146-0227 นั่นคือเป็นวัตถุที่ค้นพบในการส่องกราดสำรวจทำแผนที่ของดาวเทียม IRAS4 ในที่นี้ SIMBAD เพียงแต่บอกว่าวัตถุนี้แผ่รังสีอินฟราเรด แต่ไม่มีข้อมูลว่าเป็นดาวแปรแสงหรือไม่ นั่นคือเราได้ค้นพบดาวแปรแสงดวงใหม่ที่ไม่มีใครเคยพบมาก่อน


หาก SIMBAD ค้นพบวัตถุมากกว่า 1 วัตถุในบริเวณที่เราค้นหา เราก็จะได้ผลการค้นหาในรูปตารางที่เรียงลำดับวัตถุที่อยู่ใกล้พิกัดที่เราค้นหามากที่สุดไปยังไกลที่สุดที่อยู่ภายในระยะ 2 อาร์คนาที โดยมากเราจะได้รับผลการค้นหาเป็นตารางหากเราเลือกรัศมีการค้นหาให้มีขนาดใหญ่ หรือค้นหาในบริเวณที่มีดาวหนาแน่น เช่น แถบทางช้างเผือก เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น หากเราลองค้นหาบริเวณ 2 อาร์คนาทีเท่าเดิมแต่เป็นบริเวณเมฆแมกเจลแลน ที่พิกัด 0:40:38.61 -73:13:13.9 เราจะได้ผลการค้นหา 5 วัตถุเป็นตาราง ดังนี้

N Dist (asec) Identifier Otype ICRS (2000) coord. B V Sp type #ref 1850 – 2007 #notes
1 0.90 SV* HV 1345 Ce* 00 40 38.6 -73 13 13 15.32 14.58 ~ 7 0
2 50.53 OGLE Cl* 00 40 30.49  -73 13 50.2 ~ 4 0
3 73.93 DCMC J004042.43 C* 00 40 42.383 -73 14 26.00 16.9 C: 4 0
4 83.98 OGLE SMC * 00 40 51.20  -73 14 17.8 ~ 1 0
5 113.84 OGLE SMC * 00 40 25.50 -73 14 52.6 ~ 1 0

คอลัมน์จากซ้ายไปขวาของตาราง มีดังนี้

1. N หมายถึงลำดับของวัตถุ เรียงตามระยะห่างจากพิกัดที่เราระบุ

2. Dist (asec) คือ ระยะห่างจากพิกัดที่เราระบุ ในหน่วยอาร์ควินาที (1 อาร์ควินาที = 1/3600 องศา)

3. Identifier คือ ชื่อของวัตถุ ซึ่งเราสามารถคลิกดูรายละเอียดได้

4. Otype (ย่อมาจาก Object type) คือชนิดของวัตถุ ซึ่งเราสามารถกด link ตรงคำว่า Otype ด้านบนของตารางเพื่อดูความหมายของตัวย่อได้ ในเบื้องต้นผมได้สรุปความหมายของวัตถุบางประเภทไว้ด้านล่างของเอกสารนี้

5. ICRS (2000) coord. คือพิกัด RA และ DEC ของวัตถุ

6. B คือ แมกนิจูดปรากฏของวัตถุที่วัดผ่านฟิลเตอร์สีน้ำเงิน

7. V คือ แมกนิจูดปรากฏของวัตถุที่วัดผ่านฟิลเตอร์ที่มีศูนย์กลางช่วงคลื่นใกล้เคียงกับศูนย์กลางของช่วงคลื่นที่ตามองเห็น (ประมาณ 544.6 นาโนเมตร) สำหรับแมกนิจูดที่วัดได้จากกล้อง CSS จะมีค่าใกล้เคียงแมกนิจูดในคอลัมน์นี้ที่สุด

8. Sp type คือ Spectral type หรือประเภทสเปกตรัมของวัตถุ

9. #ref 1850 – 2007 หมายถึงจำนวนข้อมูลอ้างอิงที่เคยมีผู้ทำวิจัยบันทึกไว้ในช่วงปี ค.ศ. 1850 (พ.ศ. 2393) – ปัจจุบัน notes หมายถึงหมายเหตุ (หากมี)


หน้าแสดงผลการค้นหาแบบระบุพิกัด (Query result)

ความหมายของ Otype (Object Type) ที่พบบ่อยโดยสังเขปสำหรับวัตถุทั่วไป

ชื่อเต็มที่ใช้ใน SIMBAD ตัวย่อที่ใช้ใน SIMBAD ความหมาย ภาษาไทย
Cl* Cl* Cluster of Stars กระจุกดาว
GlCl GlC Globular Cluster กระจุกดาวทรงกลม
OpCl OpC Open (galactic) Cluster กระจุกดาวเปิดในทางช้างเผือก
** ** Double or multiple star ดาวคู่ หรือ ระบบดาวหลายดวง
XB XB* X-ray Binary ระบบดาวคู่ที่แผ่รังสีเอกซ์
LMXB LXB Low Mass X-ray Binary ดาวคู่แผ่รังสีเอกซ์ชนิดมวลน้อย
HII HII HII (ionized) region บริเวณก๊าซไฮโดรเจนมีประจุ
PN PN Planetary Nebula เนบิวลาดาวเคราะห์
SNR SNR SuperNova Remnant ซากซูเปอร์โนวา
SN SN* SuperNova ซูเปอร์โนวา
WD* WD* White Dwarf ดาวแคระขาว
QSO QSO Quasar เควซาร์
Blazar Bla Blazar เบลซาร์
AGN AGN Active Galaxy Nucleus แก่นดาราจักรกัมมันตะ

ความหมายของ Otype (Object Type) ที่พบบ่อยสำหรับดาวแปรแสง

ชื่อเต็มที่ใช้ใน SIMBAD ตัวย่อที่ใช้ใน SIMBAD ความหมาย ภาษาไทย
V* V* Variable Star ดาวแปรแสง
V*? V*? Star suspected of Variability ดาวแปรแสงต้องสงสัย
Eruptive* Er* Eruptive variable Star ดาวแปรแสงแบบประทุ
Flare* Fl* Flare Star ดาวแปรแสงแบบประทุชนิดลุกจ้า
RotV* Ro* Rotationally variable Star ดาวแปรแสงที่เกิดจากการหมุนรอบตัวเอง
PulsV* Pu* Pulsating variable Star ดาวแปรแสงแบบยุบพอง
Mira Mi* Variable Star of Mira Cet type ดาวแปรแสงชนิดไมรา
RRLyr RR* Variable Star of RR Lyr type ดาวแปรแสงชนิดอาร์อาร์ไรลี
Cepheid Ce* Cepheid variable Star ดาวแปรแสงชนิดเซฟิด
EB* EB* Eclipsing binary ดาวคู่อุปราคา
EB*Algol Al* Eclipsing binary of Algol type ดาวคู่อุปราคาชนิดอัลกอล
EB*betLyr bL* Eclipsing binary of beta Lyr type ดาวคู่อุปราคาชนิดเบตาไรลี
EB*WUMa WU* Eclipsing binary of W UMa type ดาวคู่อุปราคาชนิดดับเบิลยูเออร์แซแมเจอริส
SB SB* Spectroscopic binary ดาวคู่สเปกโตรสโคปิค
CataclyV* CV* Cataclysmic Variable Star ดาวแปรแสงแบบประทุ
Nova No* Nova โนวา
Personal tools
Namespaces
Variants
Actions
Navigation
Toolbox